เย‌เร‌มีย์-50

(ฉบับมาตรฐาน 2011)

切换到福音影视网-新版圣经

  • 1 การพิพากษาบาบิโลน พระวจนะซึ่งพระยาห์เวห์ตรัสเกี่ยวกับบาบิโลนอสย.13:1-14:23; 47:1-15 เกี่ยวกับแผ่นดินของชาวเคลเดีย โดยเยเรมีย์ผู้เผยพระวจนะ ว่า
  • 2 “จงประกาศและป่าวร้องท่ามกลางบรรดาประชาชาติจงตั้งธงขึ้นและป่าวร้องอย่าปิดบังไว้เลย จงกล่าวว่า‘บาบิโลนถูกยึดแล้วพระเบลต้องอับอายพระเมโรดัคก็ครั่นคร้ามรูปเคารพทั้งหลายของเมืองนั้นก็ถูกทำให้อับอายและรูปปั้นทั้งหลายก็ครั่นคร้าม’
  • 3 “เพราะประชาชาติหนึ่งจากทิศเหนือได้มาต่อสู้เมืองนั้น ทำให้แผ่นดินของเธอเป็นที่ร้างเปล่า และไม่มีใครอาศัยในนั้น ทั้งมนุษย์และสัตว์จะหนีไปหมด
  • 4 “พระยาห์เวห์ตรัสว่า ในวันเหล่านั้นและในเวลานั้น ประชาชนอิสราเอลและประชาชนยูดาห์จะมารวมกัน และเขาทั้งหลายจะเดินร้องไห้มาแสวงหาพระยาห์เวห์พระเจ้าของเขา
  • 5 พวกเขาจะถามหาทางไปศิโยนโดยหันหน้าตรงไปเมืองนั้น กล่าวว่า ‘มาเถิด ให้เรามาผูกพันกับพระยาห์เวห์โดยทำพันธสัญญานิรันดร์ซึ่งจะไม่ลืมเลย’
  • 6 “ประชากรของเราเป็นแกะหลง บรรดาผู้เลี้ยงของพวกเขาได้พาเขาหลงไป หันเขาทั้งหลายไปเสียบนภูเขา เขาได้เดินจากภูเขาไปหาเนินเขา เขาลืมคอกของเขาเสียแล้ว
  • 7 บรรดาผู้ที่พบเขาก็กินเขา และศัตรูของเขาได้กล่าวว่า ‘เราไม่มีความผิด เพราะพวกเขาได้ทำบาปต่อพระยาห์เวห์ผู้ทรงเป็นที่อยู่อันแท้จริงของเขา คือพระยาห์เวห์ผู้ทรงเป็นความหวังของบรรพบุรุษของเขา’
  • 8 “จงหนีจากบาบิโลนวว.18:4 จงออกไปจากแผ่นดินเคลเดีย และเป็นเหมือนแพะผู้นำหน้าฝูง
  • 9 เพราะ นี่แน่ะ เราจะเร้าและนำบรรดาประชาชาติใหญ่หมู่หนึ่งจากประเทศเหนือมาต่อสู้บาบิโลน และเขาทั้งหลายจะเรียงรายกันมาต่อสู้กับเธอ จากที่นั่นเธอจะถูกยึด ลูกธนูของพวกเขาเหมือนของนักรบที่มีฝีมือผู้ไม่เคยกลับมือเปล่า
  • 10 พระยาห์เวห์ตรัสว่า เคลเดียจะถูกปล้น บรรดาผู้ที่ปล้นเขาจะอิ่มหนำ
  • 11 “บรรดาผู้ปล้นมรดกของเราเอ๋ย แม้ว่าเจ้าจะเปรมปรีดิ์ แม้ว่าเจ้าจะลิงโลดแม้เจ้าจะระเริงอย่างโคสาวที่กำลังนวดข้าวและร้องอย่างม้าตัวผู้
  • 12 มารดาของเจ้าจะอับอายอย่างยิ่งและนางที่คลอดเจ้าจะถูกหลู่เกียรตินี่แน่ะ นางจะอยู่ท้ายสุดของบรรดาประชาชาติเป็นถิ่นทุรกันดาร ที่แห้งแล้ง และทะเลทราย
  • 13 เมืองนั้นจะไม่มีคนเข้าอาศัย เพราะพระพิโรธของพระยาห์เวห์แต่จะเป็นที่ร้างเปล่าอย่างที่สุดซึ่งคนที่ผ่านเมืองบาบิโลนไปจะตกตะลึงและเยาะเย้ยเพราะรอยแผลทั้งสิ้นของเมืองนั้น
  • 14 จงจัดแนวรบเข้ามาโอบล้อมบาบิโลนพวกเจ้าที่โก่งคันธนูจงยิงเธอ อย่าเสียดายลูกธนูเพราะเธอได้ทำบาปต่อพระยาห์เวห์
  • 15 จงเปล่งเสียงโห่ร้องสู้เธอจากรอบข้าง เธอยอมแพ้แล้วเครื่องป้องกันของเธอล้มลงแล้วกำแพงของเธอถูกพังลงแล้วเพราะนี่เป็นการแก้แค้นของพระยาห์เวห์จงแก้แค้นเธอทำกับเธออย่างที่เธอได้ทำลงไป
  • 16 จงตัดผู้หว่านเสียจากบาบิโลนและตัดผู้ที่ถือเคียวในฤดูเกี่ยวเพราะดาบของผู้บีบบังคับทุกคนจึงหันเข้าหาชนชาติของตนและทุกคนจะหนีไปยังแผ่นดินของตน
  • 17 “อิสราเอลเป็นเหมือนแกะที่ถูกสิงโตไล่ล่าไป ครั้งแรกกษัตริย์อัสซีเรียกินเขา ในที่สุดนี้เนบูคัดเนสซาร์ กษัตริย์แห่งบาบิโลนได้แทะกระดูกของเขา
  • 18 เพราะฉะนั้น พระยาห์เวห์จอมทัพ พระเจ้าแห่งอิสราเอลตรัสดังนี้ว่า นี่แน่ะ เราจะนำการลงโทษมาเหนือกษัตริย์แห่งบาบิโลนและแผ่นดินของท่าน ดังที่เราได้ลงโทษกษัตริย์แห่งอัสซีเรีย
  • 19 เราจะให้อิสราเอลกลับสู่ลานหญ้าของเขา และเขาจะกินอยู่บนภูเขาคารเมลและในบาชาน และเขาจะอิ่มใจบนเนินเขาเอฟราอิมและในกิเลอาด
  • 20 พระยาห์เวห์ตรัสว่า ในวันเหล่านั้นและในเวลานั้น จะหาความผิดบาปในอิสราเอลไม่พบเลย จะหาบาปในยูดาห์ก็จะไม่พบเลย เพราะเราจะให้อภัยแก่คนเหล่านั้นผู้ที่เราให้เหลืออยู่”
  • 21 พระยาห์เวห์ตรัสว่า “จงขึ้นไปสู้แผ่นดินเมราธาอิมแปลว่า ความดื้อรั้นสองเท่าและต่อสู้ชาวเมืองเปโขดแปลว่า การลงโทษจงฆ่าเขาและทำลายเสียให้หมดสิ้นและจงทำทุกอย่างตามที่เราได้บัญชาเจ้าไว้
  • 22 เสียงสงครามอยู่ในแผ่นดินและการทำลายอย่างใหญ่หลวงก็อยู่ในนั้น
  • 23 ค้อนแห่งแผ่นดินโลกทั้งสิ้นถูกตัดลงและถูกหักไปได้อย่างไรบาบิโลนกลายเป็นความหวาดหวั่นท่ามกลางบรรดาประชาชาติได้อย่างไรกัน
  • 24 บาบิโลนเอ๋ย เราวางบ่วงดักเจ้าและเจ้าก็ติดบ่วงนั้นและเจ้าไม่รู้เรื่องเขามาพบเจ้าและจับเจ้าเพราะเจ้าได้ขืนสู้กับพระยาห์เวห์
  • 25 พระยาห์เวห์ได้ทรงเปิดคลังอาวุธของพระองค์และทรงนำอาวุธแห่งพระพิโรธของพระองค์ออกมาเพราะพระยาห์เวห์องค์เจ้านายผู้ทรงเป็นจอมทัพมีพระราชกิจที่จะทำในแผ่นดินเคลเดีย
  • 26 จงมาต่อสู้กับเธอจากสุดปลายแผ่นดินโลกจงเปิดบรรดายุ้งฉางของเธอจงกองเธอไว้เหมือนอย่างกองข้าวและทำลายเสียให้หมดสิ้นอย่าให้เธอเหลืออยู่เลย
  • 27 จงฆ่าวัวผู้ของเธอให้หมดให้พวกมันลงไปถูกฆ่าวิบัติแก่พวกมันเพราะวันเวลาของมันมาถึงแล้วคือเวลาแห่งการลงโทษมัน
  • 28 “ฟังซิ พวกเขาได้หนีและรอดพ้นจากแผ่นดินบาบิโลน ไปประกาศการแก้แค้นของพระยาห์เวห์พระเจ้าของเราในศิโยน คือการแก้แค้นแทนพระวิหารของพระองค์
  • 29 “จงเรียกบรรดานักธนูมาต่อสู้กับบาบิโลน คือบรรดาคนที่โก่งธนู จงตั้งค่ายไว้รอบเธอ อย่าให้ใครหนีรอดพ้นไปได้ จงตอบแทนเธอตามการกระทำของเธอวว.18:6 จงทำต่อเธออย่างที่เธอได้ทำลงไป เพราะเธอยโสต่อพระยาห์เวห์ องค์บริสุทธิ์แห่งอิสราเอล
  • 30 เพราะฉะนั้น คนหนุ่มๆ ของเธอจะล้มลงที่ลานของเธอ และทหารของเธอทั้งหมดจะถูกทำลายในวันนั้น” พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้แหละ
  • 31 “พระยาห์เวห์องค์เจ้านายผู้ทรงเป็นจอมทัพตรัสดังนี้ว่าคนยโสเอ๋ย นี่แน่ะ เราต่อสู้กับเจ้าเพราะว่าวันเวลาของเจ้ามาถึงแล้วคือเวลาที่เราจะลงโทษเจ้า
  • 32 คนยโสจะสะดุดและล้มลงจะไม่มีใครพยุงเขาขึ้นได้และเราจะก่อไฟในบรรดาเมืองของมันและไฟจะกินบรรดาที่อยู่รอบมันเสียสิ้น
  • 33 “พระยาห์เวห์จอมทัพตรัสดังนี้ว่า ประชาชนอิสราเอลถูกบีบบังคับ และประชาชนยูดาห์ก็เช่นกัน ผู้ที่จับเขาทั้งหลายไปเป็นเชลยได้ยึดเขาไว้มั่น พวกเขาปฏิเสธไม่ยอมปล่อยเขาไป
  • 34 พระผู้ไถ่ของเขาทั้งหลายนั้นเข้มแข็ง พระนามของพระองค์คือพระยาห์เวห์จอมทัพ พระองค์จะทรงแก้คดีของเขาแน่นอน เพื่อพระองค์จะประทานความสงบแก่แผ่นดินโลก แต่ประทานความไม่สงบแก่ชาวเมืองบาบิโลน”
  • 35 พระยาห์เวห์ตรัสว่า “ให้ดาบต่อสู้คนเคลเดียและต่อสู้ชาวเมืองบาบิโลนและต่อสู้เจ้านายและนักปราชญ์ของเขา
  • 36 ให้ดาบต่อสู้ผู้ทำนายเพื่อเขาจะกลายเป็นคนโง่ไปให้ดาบต่อสู้บรรดานักรบของเขาเพื่อพวกเขาจะครั่นคร้าม
  • 37 ให้ดาบต่อสู้ม้าทั้งหลายของเขาและรถรบของเขาและต่อสู้กองทหารคนต่างด้าวท่ามกลางเขาเพื่อพวกเขาจะกลายเป็นผู้หญิงไปให้ดาบต่อสู้ทรัพย์สมบัติทั้งสิ้นของเขาเพื่อว่าทรัพย์สมบัตินั้นจะถูกปล้นเสีย
  • 38 ให้ความแห้งแล้งอยู่เหนือน้ำทั้งหลายของเขาเพื่อน้ำนั้นจะได้แห้งไปเพราะเป็นแผ่นดินแห่งรูปเคารพและพวกเขาก็บ้ารูปนั้น
  • 39 “เพราะฉะนั้น สัตว์ป่าทั้งหลายและบรรดาหมาจิ้งจอกจะอาศัยในบาบิโลนวว.18:2 และนกกระจอกเทศจะอาศัยอยู่ที่นั่น เมืองนั้นจะไม่มีประชาชนอยู่อีกต่อไปเป็นนิตย์ คือไม่มีชาวเมืองอาศัยอยู่ตลอดชั่วชาติพันธุ์
  • 40 พระยาห์เวห์ตรัสว่า ดังที่พระเจ้าได้ทรงคว่ำเมืองโสโดมและเมืองโกโมราห์และบรรดาเมืองใกล้เคียงปฐก.19:24-25 ก็จะไม่มีคนพำนักอยู่ที่นั่นและไม่มีมนุษย์คนใดอาศัยอยู่ในเมืองนั้น
  • 41 “ดูสิ ชนชาติหนึ่งมาจากทิศเหนือประชาชาติเข้มแข็งชาติหนึ่งและกษัตริย์หลายองค์จะถูกเร้าให้มาจากที่ไกลที่สุดของแผ่นดินโลก
  • 42 พวกเขาจับคันธนูและหอกเขาดุร้ายและไม่มีความเมตตาเสียงของเขาก็เหมือนเสียงทะเลคะนองพวกเขาขี่ม้าจัดแถวดั่งคนเข้าสงครามต่อสู้เจ้านะ ประชากรแห่งบาบิโลนเอ๋ย
  • 43 “กษัตริย์แห่งบาบิโลนทรงได้ยินข่าวเรื่องนั้นและพระหัตถ์ของพระองค์ก็อ่อนลงความแสนระทมจับพระทัยพระองค์ทรงเจ็บปวดอย่างผู้หญิงกำลังคลอดบุตร
  • 44 “นี่แน่ะ เราจะทำให้พวกเขาหนีไปจากเธออย่างฉับพลัน เหมือนอย่างสิงห์ขึ้นมาจากดงลุ่มแม่น้ำจอร์แดนกระโจนใส่ทุ่งหญ้าที่เขียวสด และเราจะแต่งตั้งผู้ที่เราเลือกสรรไว้เหนือเธอ ใครเป็นอย่างเราเล่า? ใครจะฟ้องเราเล่า? ผู้เลี้ยงแกะคนไหนจะทนยืนอยู่ต่อหน้าเราได้?
  • 45 เพราะฉะนั้น จงฟังแผนการซึ่งพระยาห์เวห์ทรงกระทำไว้ต่อสู้บาบิโลน และบรรดาพระประสงค์ซึ่งพระองค์ทรงดำริขึ้นต่อสู้กับแผ่นดินเคลเดีย แน่ละ แม้ตัวเล็กๆ ที่อยู่ในฝูงก็ต้องถูกลากเอาไป แน่ละ คอกของเขาจะหวาดหวั่นเพราะเคราะห์กรรมของตน
  • 46 แผ่นดินโลกจะสั่นสะเทือนเพราะเสียงของการที่บาบิโลนถูกจับเป็นเชลย และจะได้ยินเสียงคร่ำครวญท่ามกลางบรรดาประชาชาติ”
回到本卷目录 回到本版本目录 回到首页