1
จงเป่าเขาสัตว์ในศิโยนจงเปล่งเสียงเตือนภัยบนภูเขาบริสุทธิ์ของเราให้ทุกคนที่อาศัยในแผ่นดินตัวสั่นเพราะวันแห่งพระยาห์เวห์กำลังมา ใกล้เข้ามาแล้ว
2
เป็นวันที่มืดและมัวซัวเป็นวันที่มีเมฆและความมืดทึบเหมือนยามเช้ามืดที่แผ่คลุมอยู่บนภูเขาคือกองทัพที่ใหญ่โตภาษาฮีบรูแปลตรงตัวว่า คือประชากรที่มีจำนวนมหาศาลและทรงพลังยิ่งไม่เคยมีเหมือนอย่างนี้ในอดีตและหลังจากนี้ไปก็จะไม่มีอีกตลอดปีเดือนในทุกชั่วอายุคนภาษาฮีบรูแปลตรงตัวว่า ในชั่วอายุแล้วอายุเล่า
3
ไฟเผาผลาญอยู่ข้างหน้ามันและเปลวไฟไหม้อยู่ข้างหลังแผ่นดินนั้นเหมือนสวนเอเดนก่อนหน้ามันแต่ภายหลังมันไปแล้วก็เป็นเหมือนถิ่นทุรกันดารที่ร้างเปล่าไม่มีอะไรรอดพ้นจากมันเลย
4
มันมีลักษณะเหมือนลักษณะของม้าพวกมันวิ่งเหมือนม้าศึก
5
เหมือนเสียงของพวกรถรบพวกมันกระโดดอยู่บนยอดเขาเหมือนเสียงแตกของเปลวไฟที่ไหม้ตอข้าวเหมือนกองทัพภาษาฮีบรูแปลตรงตัวว่า ประชากรอันเกรียงไกรที่แปรกระบวนเข้าสงครามวว.9:7-9
6
ชนชาติทั้งหลายต่างกลัวลานเมื่อเห็นมันภาษาฮีบรูแปลตรงตัวว่า เมื่ออยู่ต่อหน้าพวกมันใบหน้าของทุกคนก็ซีดเซียว
7
พวกมันวิ่งเหมือนนักรบและปีนกำแพงเหมือนทหารต่างก็เดินตามทางของตัวเองพวกมันเดินอย่างไม่แตกแถว
8
พวกมันไม่ชนกันเลยต่างก็เดินอยู่ในทางของตนมันตะลุยฝ่าอาวุธและไม่มีอะไรอาจยับยั้งได้
9
พวกมันกระโดดเข้าไปในเมืองมันวิ่งอยู่บนกำแพงพวกมันปีนเข้าไปในบ้านมันเข้าไปทางหน้าต่างเยี่ยงโจร
10
แผ่นดินโลกสั่นไหวต่อหน้ามันท้องฟ้าก็สั่นสะเทือนดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ก็มืดไปดวงดาวทั้งหลายก็อับแสงวว.8:12
11
พระยาห์เวห์เปล่งพระสุรเสียงต่อหน้ากองทัพของพระองค์กองทัพของพระองค์ใหญ่โตยิ่งนักผู้ที่ทำตามคำบัญชาของพระองค์มีจำนวนมหาศาลเพราะว่าวันแห่งพระยาห์เวห์นั้นยิ่งใหญ่และน่ากลัวอย่างยิ่ง ใครเล่าจะทนอยู่ได้?วว.6:17
12
พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ว่า “ถึงกระนั้นก็ดีบัดนี้ พวกเจ้าจงกลับมาหาเราด้วยสุดใจด้วยการอดอาหาร การร้องไห้ และการโอดครวญ
13
จงฉีกใจของพวกเจ้า ไม่ใช่ฉีกเสื้อของเจ้า”จงกลับมาหาพระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกท่านเพราะว่าพระองค์ทรงเปี่ยมด้วยพระคุณและพระกรุณาพระองค์กริ้วช้าและบริบูรณ์ด้วยความรักมั่นคงและเปลี่ยนพระทัยไม่ลงโทษ
14
ใครจะรู้ได้ พระองค์อาจทรงกลับมาและเปลี่ยนพระทัยทั้งทรงเหลือพรไว้ข้างหลังคือให้มีธัญบูชาและเครื่องดื่มบูชาถวายแด่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน
15
จงเป่าเขาสัตว์ในศิโยนจงจัดพิธีอดอาหารจงเรียกประชุมทำพิธี
16
จงรวบรวมประชาชนจงชำระชุมนุมชนให้บริสุทธิ์จงประชุมพวกผู้ใหญ่จงรวบรวมเด็กๆแม้แต่เด็กที่ยังกินนมจงให้เจ้าบ่าวออกจากเรือนหอและเจ้าสาวออกจากห้องของตน
17
ให้บรรดาปุโรหิต คือผู้ปรนนิบัติพระยาห์เวห์ร้องไห้อยู่ระหว่างเฉลียงกับแท่นบูชาและให้ทูลว่า “ข้าแต่พระยาห์เวห์ ขอทรงเวทนาประชากรของพระองค์ขออย่าทรงให้มรดกของพระองค์เป็นที่เยาะเย้ยหรือเป็นคำเปรียบเปรยเย้ยหยันท่ามกลางประชาชาติควรหรือที่เขาจะกล่าวท่ามกลางชนชาติทั้งหลายว่า‘พระเจ้าของพวกเขาอยู่ที่ไหน?’ ”
18
พระเจ้าทรงตอบและทรงสัญญา แล้วพระยาห์เวห์ทรงหวงแหนแผ่นดินของพระองค์และทรงสงสารประชากรของพระองค์
19
พระยาห์เวห์ทรงตอบประชากรของพระองค์ว่า“นี่แน่ะ เราจะส่งข้าว เหล้าองุ่นและน้ำมันให้แก่เจ้าเจ้าทั้งหลายจะอิ่มหนำสำราญเราจะให้พวกเจ้าไม่ถูกเยาะเย้ยท่ามกลางประชาชาติอีก
20
“เราจะถอนศัตรูทางเหนือให้ห่างไกลจากพวกเจ้าและไล่มันไปในแผ่นดินแห้งแล้งและร้างเปล่ากองหน้าของมันจะเข้าไปในทะเลด้านตะวันออกและกองหลังของมันเข้าไปในทะเลด้านตะวันตกกลิ่นเหม็นคลุ้งและกลิ่นเหม็นเน่าของมันจะขึ้นมาเพราะมันทำการใหญ่โตมาก
21
“อย่ากลัวเลย โอ แผ่นดินเอ๋ยจงยินดีและเปรมปรีดิ์เถิดเพราะพระยาห์เวห์ทรงทำการใหญ่โตมาก
22
อย่ากลัวเลย พวกสัตว์ป่าเอ๋ยเพราะว่าทุ่งหญ้าในถิ่นทุรกันดารนั้นเขียวสดและต้นไม้ก็เกิดผลของมันต้นมะเดื่อและเถาองุ่นออกผลอย่างบริบูรณ์
23
“โอ บุตรทั้งหลายของศิโยนเอ๋ย จงยินดีเถิดจงเปรมปรีดิ์ในพระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกเจ้าเพราะว่าพระองค์ประทานฝนต้นฤดูแก่เจ้าเพื่อแสดงความชอบธรรมและทรงเทฝนลงมาให้พวกเจ้าคือฝนต้นฤดูและฝนชุกปลายฤดูอย่างแต่ก่อน
24
จะมีข้าวอยู่เต็มลานนวดข้าวจะมีเหล้าองุ่นและน้ำมันล้นถังเก็บ
25
“เราจะชดเชยปีเดือนที่ตั๊กแตนวัยบินได้กินเสียให้แก่พวกเจ้าและที่ตั๊กแตนวัยกระโดด ตั๊กแตนตัวอ่อน และตั๊กแตนวัยเดินได้กินคือกองทัพใหญ่ของเราที่เราส่งมาต่อสู้พวกเจ้านั้น
26
“เจ้าทั้งหลายจะรับประทานอย่างบริบูรณ์และอิ่มหนำและสรรเสริญพระนามพระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้าผู้ทรงทำกับพวกเจ้าอย่างอัศจรรย์ประชากรของเราจะไม่ต้องอับอายอีกต่อไป
27
พวกเจ้าจะรู้ว่าเราเองอยู่ท่ามกลางอิสราเอลและเรานี่แหละคือพระยาห์เวห์เป็นพระเจ้าของเจ้า ไม่มีองค์อื่นอีกประชากรของเราจะไม่ต้องอับอายอีกต่อไปการเทพระวิญญาณของพระเจ้า
28
( กจ.2:17 ) “ต่อมาภายหลังจะเป็นอย่างนี้คือเราจะเทวิญญาณของเรามาเหนือมนุษย์ทุกคนบุตรชายบุตรหญิงของเจ้าจะเผยพระวจนะคนชราของเจ้าทั้งหลายจะฝันและคนหนุ่มของพวกเจ้าจะเห็นนิมิต
29
ในเวลานั้น เราจะเทวิญญาณของเรามาเหนือแม้กระทั่งคนใช้ชายหญิง
30
“เราจะสำแดงการอัศจรรย์ในท้องฟ้าและบนแผ่นดิน เป็นเลือด เป็นไฟและลำควัน
31
ดวงอาทิตย์จะกลายเป็นความมืด ดวงจันทร์กลายเป็นเลือดมธ.24:29; มก.13:24-25; ลก.21:25; วว.6:12-13 ก่อนวันแห่งพระยาห์เวห์จะมาถึง คือวันอันยิ่งใหญ่และน่าสยดสยอง
32
แล้วจะเป็นอย่างนี้ คือทุกคนที่ร้องทูลออกพระนามของพระยาห์เวห์จะรอดกจ.2:17-21รม.10:13 เพราะว่าจะมีคนรอดบนภูเขาศิโยนและในกรุงเยรูซาเล็มตามที่พระยาห์เวห์ตรัสไว้ และในบรรดาคนที่เหลืออยู่นั้นจะมีคนที่พระยาห์เวห์ทรงเรียก